5.01.2553

งอมืองอเท้า

30-04-10

มาถึงเสียแล้วกับปลายเดือนเมษายน

หลังจากที่เราเริ่มหยุดปิดเทอมตั้งแต่ช่วงต้นเดือน

เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน อีกเพียงเดือนเดียวท่านั้นชีวิตมหาวิทยาลัยจะเริ่มต้นขึ้นเสียแล้ว

เหมือนกับยังไม่ได้ทำอะไรไปเท่าไหร่เลย

วันนี้ได้โทรศัพท์คุยกับพี่ชาย

เขาว่ากล่าวเราเพื่อเตือนสติให้รู้จักไขว่คว้าหาสิ่งต่างๆให้ตนเองเสียบ้าง

อย่ามัวแต่นั่งรอให้ผู้อื่นหยิบยื่นให้ อย่าเอาแต่นั่งรอโอกาส

ให้เสียเวลาไปเฉยๆโดยไม่ได้ทำอะไร

ซึ่งคล้ายกับในหนังสือของคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี เรื่อง 30วิธีเอาโชคชะตา

ที่กล่าวถึงการสร้างโอกาส และเตรียมสำหรับโอกาสพร้อม

ว่าเป็นอีกสิ่งที่เราสามารถสร้างให้ตัวเอง

ได้เปรียบแล้วพัฒนาไปได้เร็วยิ่งขึ้น

ซึ่งตัวเราเองเห็นว่าคงสมควรแก่เวลาแล้วที่จะเริ่มหาโอกาสให้กับตัวเอง

วิธีของคุณบัณฑิต เราเองจะลองนำไปใช้ดูเผื่อจะได้ผล

อย่างน้อยก็ดีเสียกว่าไปงมหาทาง คลำผิดคลำถูกโดยไม่มีตัวช่วยใดๆ

และสิ่งที่พี่ชายได้ตักเตือนมาแสดงให้เราได้ตระหนักถึงข้อเสียข้อนี้ของตัวเองได้ชัดเจนที่เดียว

ลอยไปตามเพลง*~

29-04-10

วันนี้เป็นอีกวันที่เรา พบ พบ พบ พบ หลายสิ่งมากมาย


ช่วงเช้าเราพบว่าจิตใจเราถูกกระทบมากจากเสียงดนตรี หลังจากที่หลงฟังเพลงอกหักเป็นเวลาเกือบอาทิตย์กว่าๆ สภาพจิตใจเราค่อนข้างหดหูแต่กับเรื่องรักๆที่แสนจะเศร้าทั้งหลาย แต่หลังจากที่เมื่อวานเราเปลี่ยนมาฟังเพลงแนวรักหวานๆ อย่างเพลง บุพเพสันนิวาส ทำให้ตัวเรารู้หวานซ่านไปทั้งตัว คล้ายกับดื่มดำไปกับถ้อยคำหวานๆกินใจ และจุดประกายในตัวเราให้อยากทำบุญทำทาน และอยู่ในศีล รวมไปถึงการเจริญปัญญาอีกด้วย คล้ายกลับว่าตัวเราไม่ควรจะไปซ้ำเติมชีวิต ให้ตัวเองจมลงไปกับความรู้สึกเป็นทุกข์ เพราะจิตใจเราจะยิ่งจมลึกลงไปเรื่อยๆ ความหดหูจะแทรกซึมจนไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเอาเสียเลย ไม่มีค่าเลยจริงๆ


พบที่สอง เกิดจากการฟังเพลง แด่เธอที่รัก ของKlear ซึ่งถ้าหากเราเพียงฟังเฉยคงไม่กินใจนัก จนกระทั่งเราได้อ่านเรื่องราวความเป็นมา มันมีความลึกซึ้งอยู่มาก จนทำให้ตัวเราถึงกับร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง แม้เราจะเป็นเพียงผู้ไม่เกี่ยวข้องเพียงแค่ได้รับรู้เรื่อง แต่เราได้ประโยชน์มากมาย เหมือนเป็นการเอาประสบการณ์ของผู้อื่นมาเรียนรู้อย่าให้เสียไปเปล่าๆ ซึ่งคือ การที่เราควรที่จะทำตั้งแต่ในวันนี้สำหรับการทำให้คนที่เรารับมีความสุข ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ ซึ่งสิ่งนี้คล้ายกับว่าเราทุกคนเคยได้ยินกันบ่อยๆ แต่เราได้ทำกับมันจริงจังแค่ไหน สิ่งที่ได้จากเพลงนี้คล้ายเป็นอีกอย่างที่ช่วยเตือนสติเรา ให้เริ่มเสียเดี๋ยวนี้เถิดนะ


พบที่สาม เราพบว่าเมื่อคิดจะทำแต่ยังไม่เริ่มในเดี๋ยวนั้น พลังแห่งความขับเคลื่อนที่มาจากความคิดของเราจะลดต่ำลงไปมาก อย่างที่ตัวเราเองคาดไม่ถึงเลยทีเดียง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ทำ ดังนั้นครั้งต่อไป จงจำไว้ เตือนสติตัวเองทุกครั้งว่าให้เริ่มเดี๋ยวนี้ ทำไปก่อนดีกว่าไม่ได้ทำ ถ้ามันเป็นสิ่งที่ไม่กระทบต่อผู้อื่นในทางที่เสีย


พบที่สี่ เป็นพบสุดท้ายของวันนี้ที่เราพบว่าตัวเองช่างอ่อนแอ ที่เราไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่เราไร้ซึ่งความมั่นใจ ไม่กล้าพอที่จะเผชิญกับความกลัวในจิตใจของตัวเองในเรื่อง ภาษาอังกฤษ แต่บทต่อไปที่ต้องทำคือเผชิญกับความกลัว พุ่งเข้าชนมันไปเลย อย่างที่ใครหลายๆคนพูดที่ว่า จะผ่านความกลัวได้ต้องพุ่งเข้าชนมันเท่านั้น เท่านั้นจริง และหากทำสำเร็จ เราจะสามารถก้าวต่อไปอีกขั้น ไปสู่ความสำเร็จที่สวยงาม พร้อมทั้งสร้างนิสัยกล้าเผชิญกับความกลัว ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่าจริงๆ

ย้อนไปสู่ "วันแรก" ที่จุดเริ่มต้น

28-04-10

ที่จริงแล้วตอนนี้ไม่ใช่เวลายามเช้า


แต่ถ้าไม่เริ่มเขียนตั้งแต่วินาทีนี้


สุดท้ายมันจะเป็นการผัดวันไปเรื่อยๆ


และลงเอยด้วยไม่ได้เขียนสักที


ดังนั้นอย่ายึดติดกับชื่อที่ว่า “Morning pages”


แต่ให้คิดถึงจุดประสงค์ของการทำ


ที่ว่าให้เราได้เขียนทุกๆวัน


เพื่อเป็นการพัฒนาความคิด พัฒนาทักษะ


และเป็นโอกาสให้เราได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราในแต่ละขณะอีกด้วย


ซึ่งในส่วนของเนื้อหา จะเกี่ยวข้องกับความคิดของเราในช่วงเวลาที่เขียน


ดังนั้นมันจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ทั้งนั้น